สายเคเบิลไร้ฮาโลเจน
ในบรรดาวัสดุที่ติดตั้งในอาคาร วัสดุในเครือข่ายสายเคเบิลเพื่อการจ่ายกระแสไฟฟ้า และเชื่อมต่อสัญญาณสื่อสาร เช่น สายไฟฟ้า สายสัญญาณสื่อสาร สายไฟต่อพ่วง รางและท่อร้อยสายไฟ เป็นวัสดุที่ถูกจับตามองสูงสุด เพราะเส้นสายเหล่านี้ เป็นจุดเสี่ยงต่อการก่อเพลิงไหม้ (ไฟฟ้าลัดวงจร) ช่วยในการกระจายเปลวไฟ และเป็นแหล่งก่อควันพิษที่สำคัญ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ควันไฟจากการเผาไหม้สายไฟ และอุปกรณ์ต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นอันตรายต่อเหยื่อ ที่ติดอยู่ในกองเพลิงแล้ว ควันไฟที่ฟุ้งกระจายในอากาศ ยังสามารถสร้างความเสียหาย ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ติดตั้งในบริเวณใกล้เคียงในเวลาต่อมา โดยฝุ่นละออง เถ้าถ่าน และไอกรดที่ลอยมาพร้อมกับควันไฟ ก่อให้เกิดการกัดกร่อนทองแดง ที่เป็นส่วนประกอบหลักของวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของฉนวนไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ชำรุดเสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในเวลาต่อมา
ดังนั้น นอกจากข้อกำหนดพื้นฐานด้านความปลอดภัยจากการก่อเพลิงไหม้ สำหรับสายเคเบิลและอุปกรณ์ต่อเนื่อง ( UL-94) ที่ค่อนข้างจะมีความเข้มงวดสูงกว่าสินค้าประเภทอื่นแล้ว ปัจจุบัน ตลาดเริ่มมีความต้องการให้ สายเคเบิลและอุปกรณ์ต่อเนื่องต้องปลอดฮาโลเจน ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของ ความสูญเสียหลังการเกิดเพลิงไหม้ มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากมีหลายปัจจัย ที่ประกอบกันจนทำให้เกิดการก่อควันพิษ การทดสอบเพื่อยืนยันควันพิษ ในกรณีนี้ จึงเน้นการประเมินที่ผลลัพธ์ (เหมือนข้อกำหนด Fire-safety) จากการเผาไหม้ มิใช่การประเมินส่วนผสมของสารต้องห้ามในเนื้อวัสดุเหมือน RoHS/ELV
แผ่นวงจรพิมพ์ ไร้ฮาโลเจน
เมื่อพิจารณาในมุมมองของการลดผลกระทบ จากการใช้ฮาโลคาร์บอนประกอบ กับกฎหมายที่เกี่ยวโยงถึงการบริหารจัดการ ซากเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นระเบียบ WEEE จะเห็นว่า สิ่งแรกที่ทุกฝ่ายทำได้คือ การให้ข้อมูลและการทำเครื่องหมายบ่งชี้บนชิ้นส่วน/วัสดุ จึงเป็นที่มาของ การขอข้อมูลเกี่ยวกับฮาโลเจนจากผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานทั้งใน JIG, JGPSSI และใน GADSL และการกำหนดให้พิมพ์รหัสเรซิ่น HF (HF ในที่นี้หมายถึง Halogen Free Resin ไม่ใช่ กรดไฮโดรฟลูออริก) บนวัสดุเพื่อช่วยในการแยกแยะวัสดุ ทั้งในระหว่างการผลิตและในขั้นตอนการจัดการซากสินค้า ทำให้เกิดกระแสความต้องการสินค้าที่เป็น Halogen Free มากขึ้น จนทำให้สัญลักษณ์ HF เป็นจุดขายใหม่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หลังกระแส RoHS เริ่มจางหาย ( เพราะคู่แข่งสามารถปรับตัวตามได้ทันกันเกือบถ้วนหน้าแล้ว)
คำว่า Halogen-Free ในความหมายของกลุ่มผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์และอุปกรณ์ต่อเชื่อมสัญญาณ จะแตกต่างจาก Halogen-Free ของกลุ่มผู้ผลิตสายเคเบิล เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ต่างกัน สำหรับกรณีแผ่นวงจรพิมพ์
คำว่า Halogen-Free ตามความหมายของ IEC 61249-2-21 หมายถึง " เรซิ่นที่มีส่วนผสมของฮาโลเจนในเรซิ่นรวมกับวัสดุเสริมแรง (Reinforcement matrix) รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1,500 ppm โดยมีปริมาณคลอรีนไม่เกิน 900 ppm และมีปริมาณโบรมีนไม่เกิน 900 ppm"
มาตรฐาน IEC 61249-2-21 ให้ความหมายของคำว่า ไร้สารฮาโลเจน แต่ไม่มีข้อกำหนดวิธีการตรวจสอบ แต่สำหรับมาตรฐาน JPCA ES01-2003, IPC/JEDEC J-STD-609 และ IPC-TM-650 Me thod Number 2.3.41 คำว่า ไร้สารฮาโลเจน จะมีขีดจำกัดปริมาณคลอรีนและโบรมีนเหมือนกับ IEC 61249-2-21 (Cl < 900 ppm, Br < 900 ppm, Total Halogen < 1,500 ppm) แต่ในที่นี้ปริมาณฮาโลเจนที่กำหนด หมายถึงฮาโลเจนที่ประเมินได้จากการวิเคราะห์ ปริมาณคลอไรด์ไอออน ( Cl-) และโบรไมด์ไอออน ( Br-) จากการเผาไหม้วัสดุตัวอย่างตามวิธีที่กำหนด โดยใช้เทคนิค Ion Chromatography
บทสรุป
สินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และมีแรงผลักดันให้ผู้ผลิต ซึ่งหมายรวมถึงผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน ลด-เลิก ใช้สารที่ส่งผลเสียต่อสุขอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และหันมาผลิตสินค้าที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงความต้องการ ไปสู่การบริโภคที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นแรงผลักดันให้ อุตสาหกรรมหันมาแข่งขันกันผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่ทุกฝ่ายควรตระหนัก
การสำแดงทางสิ่งแวดล้อมในหลายเรื่อง เช่นคำว่า ไร้สารฮาโลเจน หรือ Halogen-Free เกิดจากหลายเหตุผล และมีความเกี่ยวข้องกับสมรรถนะด้านอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการ ไร้สารฮาโลเจน เกิดจากแรงผลักดันด้านการตลาด มากกว่าความต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ที่มา : www.thairohs.org
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่
- เครื่อง Energy Dispersive X-Ray Fluorescence Spectrometer (EDX-720)
- เครื่อง X-Ray Fluorescence Spectroscopy INNOV-X Alpha Series
- เครื่อง High Performance Liquid Chromatography (HPLC) Ion Chromatograph Technique (IC)
|